Knowledge

is Power

บทความเด่น

Education and Discovery

The Secret of COVID-free design by MQDC

Education and Discovery

ท่ามกลางปัญหามากมายของเมือง Urban Resilience คืออะไรและจะช่วยเมืองได้อย่างไร

Health and Wellness

Evaluation of indoor air quality in high-rise residential buildings in Bangkok and factor analysis

บทความล่าสุด2021

จากแนวคิด Aging in Place กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่

จากแนวคิด Aging in Place กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่น่าอยู่

โดย RISC | 4 months ago

  การที่ใครซักคนจะอยู่สถานที่นึงได้นานๆ แสดงว่าที่แห่งนั้น มีบางอย่างที่มอบความสุขให้ ​ ในยุคที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เราจะเริ่มได้ยินคำว่า “Aging in place” ซึ่งเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างมาก แต่หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การที่ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหรือสังคมของตัวเองได้อย่างมีความสุข ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ในทุกๆ ด้าน ​ RISC ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมาก ในการทำการวิจัยและศึกษาเกี่ยวกับผู้สูงอายุอย่างลึกซึ้ง เพื่อหาสิ่งที่เหมาะสม สำหรับการออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับพวกท่านให้อยู่อย่างมีความสุข ตัวอย่างเช่น ​ -การยึดหลัก Universal Design ในการออกแบบที่พักอยู่อาศัย ซึ่งเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ​ -การเลือกวัสดุที่ปลอดสารพิษ ปลอดภัยและเหมาะสม ​ -การออกแบบแสงและระบบระบายอากาศเพื่อให้เกิดสุขภาวะที่ดี ​ -การออกแบบพื้นที่เขียวถึง 60 เปอร์เซ็นต์รอบโครงการ เน้นพืชพรรณไม้ดอก เพื่อช่วยในการผ่อนคลายและบำบัดความเครียด ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกาย จิตใจ และสมองของผู้สูงอายุโดยตรง ​ -การออกแบบทางเดินภายในโครงการในระยะที่เหมาะกับผู้สูงอายุ (850 เมตร) พร้อมทั้งมีการปรับระดับแบบ Gentle Slope ตลอดทางเดิน และติดตั้งหลังคากันแดดกันฝนและจัดเตรียมจุดนั่งพักในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ที่จะช่วยให้การเดินออกกำลังกายไม่เหนื่อยเกินไป เดินอย่างเพลิดเพลินและดีทั้งกับสุขภาพกายและหัวใจ​ -การนำความรู้ในด้านร่างกายและสมองมาพัฒนากิจกรรมระหว่างวัน ที่สนุก ผ่อนคลาย และส่งเสริมทั้ง 4 ด้าน สำหรับผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย ด้านสมอง ด้านอารมณ์ และด้านสังคม​ -การเตรียมพร้อมในด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต​ เมื่อทุกสิ่งถูกนำมารวมกันอยู่ในโครงการ ก็จะทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข กลายเป็น Aging in place ที่สมบูรณ์แบบและตอบโจทย์อย่างยั่งยืน อย่างในโครงการ The Aspen Tree ของ MQDC ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ​ สามารถติดตามข่าวสารของโครงการ The Aspen Tree ที่นำความรู้เชิงลึกด้านความลับของร่างกายและสมอง สู่การต่อยอดเพื่อ Silver Age Living “ในโครงการจริง The Aspen Tree” ได้เร็วๆ นี้​  

333 viewer
ถึงผมจะเป็น...(ตั่วเฮีย) แต่ผมช่วยรักษาระบบนิเวศนะครับ

ถึงผมจะเป็น...(ตั่วเฮีย) แต่ผมช่วยรักษาระบบนิเวศนะครับ

โดย RISC | 4 months ago

  เมื่อพูดถึง “ตัวเงินตัวทอง” ความรู้สึกแรกที่ลอยเข้ามาในหัวเป็นยังไงครับ? ​“ตัวเงินตัวทอง” เป็นชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาให้ดูไพเราะ แต่จริงๆ แล้วชื่อที่ถูกใช้อย่างเป็นทางการก็คือ “เหี้ย” (ชื่อภาษาอังกฤษ Water monitor, ชื่อวิทยาศาสตร์ Varanus salvator) ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะดูน่ากลัว แต่จริงๆ เค้าเป็นสัตว์รักสงบครับ มักจะหันหลังหนีคนเสมอเมื่อมีคนเข้ามาใกล้ๆ และไม่วิ่งไล่กัดคน ​ตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ที่ช่วยรักษาระบบนิเวศและรักษาความสะอาดให้กับบ้านเมืองของเราครับ เพราะเค้าจะกินซากสัตว์ที่ตายแล้ว (Scavenger) กินขยะเศษอาหาร ช่วยให้ไม่เกิดการเหม็นเน่าของซากสัตว์ ลดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค และยังทำให้แหล่งน้ำสะอาดขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมสัตว์ไม่พึงประสงค์ต่อมนุษย์ อย่างเช่น หนู นกพิราบ ไข่งูพิษ แต่ก็จะกินสัตว์เลี้ยงของมนุษย์ด้วยเช่นกัน เช่น ไก่ แมว หรือนก ​ตัวเงินตัวทองจัดเป็นนักล่าอันดับบนของห่วงโซ่อาหารและเป็นดัชนีหนึ่งในการประกอบการชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศได้ แต่ทุกวันนี้ที่อยู่อาศัยของพวกเค้าที่เป็นป่าและแหล่งน้ำธรรมชาติลดลง ทำให้มีอาหารในธรรมชาติลดลง เราจึงเห็นข่าวตัวเงินตัวทองเข้ามาหากินอาหารตามที่อยู่อาศัยของมนุษย์ และถูกมนุษย์ทำร้าย หรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ​แล้วจะดีกว่าไหม? ถ้าเราเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้ ช่วยหาทางทำให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อให้สัตว์ในเมืองสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันกับคนและพึ่งพากันได้อย่างยั่งยืนผู้เขียน/เรียบเรียง: ธนวัฒน์ จินจารักษ์ นักวิจัยอาวุโส ฝ่ายสิ่งแวดล้อม RISC​

261 viewer
มลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่อาจถูกมองข้าม

มลพิษทางอากาศ ภัยร้ายที่อาจถูกมองข้าม

โดย RISC | 4 months ago

  “เรา” กำลังมองข้ามอะไรไปหรือเปล่า? ​หนาวนี้...สิ่งนึงที่มาพร้อมกันกับความเย็น ก็คือ “ฝุ่นละออง” แน่นอนครับ...ว่ามันส่งผลกระทบต่อสุขภาพกับเราอย่างแน่นอน โดยช่วงฤดูหนาวนั้น อุณหภูมิพื้นดินจะเย็นกว่าชั้นบรรยากาศด้านบน ทำให้ชั้นบรรยากาศกักฝุ่นไว้ เหมือนเป็นโดมมาครอบ ซึ่งเราเรียกปรากฎการณ์นี้ว่า “แนวผกผัน” (Inversion Layer) ​ปัญหามลพิษอากาศอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ระดับโลกที่รอแก้ไม่ได้ เพราะแต่ละปีได้คร่าชีวิตคนไปแล้วกว่า 7 ล้านคน เป็น 1 ใน 8 การเสียชีวิตทั้งโลก และยังสร้างความเสียหายรายได้ทางเศรษฐกิจอีกด้วย สำหรับประเทศไทย ปัญหามลพิษทางอากาศหลักที่เราเจอ คือ ฝุ่น PM2.5 ซึ่งจากการศึกษาของกรีนพีซระบุไว้ว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจาก PM2.5 กว่า 22,000 คนต่อปี และสร้างความสูญเสียทางสุขภาพและเศรษฐกิจจำนวนมหาศาล โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด รองลงมาเป็นเชียงใหม่ ​โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า แหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ปี 2020 มาจาก- ภาคการขนส่งทางบก ร้อยละ 72.5 หลักๆ มาจากรถบรรทุกมากที่สุด จำนวน 144,630 คัน รถดีเซล 99,652 คัน​- ภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 17​- ภาคการเกษตร ร้อยละ 5 หลักๆ มาจากการเผาในที่โล่ง​- อื่นๆ อีก ร้อยละ 5.5​การออกมาตรการในการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิด โดยเน้นไปที่เรื่องมาตรฐานการจำกัดมลพิษจากเครื่องยนต์ขับขี่ต่างๆ จำกัดมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม ลดการเผาในที่โล่งในช่วงฤดูที่มีฝุ่น จึงเป็นเรื่องสำคัญและช่วยลดมลพิษลงได้มาก สำหรับประเทศไทยมีการวางแผนปฏิบัติการวาระชาติ “แก้ไขปัญหาด้านฝุ่นละออง” ไม่ว่าจะเป็น... ​- การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน และช่วงวิกฤต)​- การป้องกัน และลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง หรือแหล่งกำเนิด (ระยะสั้น ปี 2562-2564 และระยะยาวปี 2565-2567)​- การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ (ระยะสั้น ปี 2562-2564 และระยะยาวปี 2565-2567)​โพสต์ต่อไป เราจะมาดูกรณีศึกษาของประเทศต่างๆ กันว่า มีมาตรการในการจัดการเรื่องมลพิษทางอากาศอย่างไรกันบ้างครับ ​ขอขอบคุณข้อมูลจาก WHO, กรมควบคุมมลพิษ, กรีนพีซ, NGThai ​ผู้เขียน/เรียบเรียง: เพชรรินทร์ พงษ์เพ็ชรกูล สถาปนิกวิจัย RISC

233 viewer
ทำไมกรุงเทพฯ ถึงมี PM.25 สะสมมากกว่าจังหวัดอื่น?

ทำไมกรุงเทพฯ ถึงมี PM.25 สะสมมากกว่าจังหวัดอื่น?

โดย RISC | 4 months ago

  เคยสงสัยกันมั้ยครับ? ทำไมกรุงเทพฯ ถึงมีปัญหามลพิษสะสมมากกว่าจังหวัดอื่น ​   นั่นก็เพราะพื้นที่ของกรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ส่งผลให้ฝุ่นและมลพิษต่างๆ เกิดการกระจุกตัว รวมทั้งการจัดวางผังเมืองที่ไม่เป็นระเบียบ มีความหนาแน่นของอาคารสิ่งปลูกสร้าง เลยทำให้กระแสลมไหลผ่านได้น้อย ความเร็วของลมต่ำ การพัดพาฝุ่นให้ออกจากเมืองจึงทำได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากนี้การออกแบบถนนที่ไม่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย มีซอยตันเยอะ ทำให้การจราจรติดขัด เกิดการปล่อยมลพิษที่สูงตามมา ​ ช่วงฤดูหนาวแบบนี้ เป็นช่วงที่ฝุ่นพิษสูงขึ้นทุกปี ซึ่งเราป้องกันตัวเองได้โดย... ​ - ใส่หน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 (N95) หรือหากไม่มี ให้ใช้หน้ากากปกติซ้อนสองชั้นก็พอช่วยได้ครับ​ - ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิดในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง และติดตั้งเครื่องฟอกอากาศภายในบ้าน ​ - หมั่นทำความสะอาดภายในบ้านอยู่เสมอ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่อยู่ติดกับถนน​ - เลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง​ - สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ หรืออยู่กลุ่มเสี่ยง ให้เตรียมยาป้องกันให้พร้อม และหากอาการไม่ดี ให้รีบไปพบแพทย์ด่วน​  

203 viewer
© 2021 Magnolia Quality Development Corporation Limited - A DTGO Company
ผลลัพธ์
การยืนยัน
การยืนยัน